ความสำคัญของคลังสินค้า

คลังสินค้า

คลังสินค้า

คลังสินค้ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจโดยองค์รวม โดยสามารถพิจารณาได้จากมุมมอง ดังนี้

  1. คลังสินค้าเป็นส่วนสำคัญในระบบโลจิสติกส์และการบริการลูกค้า
    การจัดการคลังสินค้าได้ดีหรือไม่นั่น เกี่ยวข้องกับการตลาดและการขายโดยตรง หากมีสต็อกไม่เพียงพอ การผลิตผลิตไม่ทัน สินค้าขาดสต็อก ต่อให้ขายเก่งแค่ไหนก็ส่งของให้ลูกค้าไม่ได้ ในทางกลับกัน ถ้ามีสต็อกสินค้าไว้มากเกินไป ผลที่ตามมาก็คือเงินทุนจม กินดอกเบี้ย และก่อปัญหาให้กับสภาพคล่องทางการเงิน
    นอกจากนั้นปัญหาด้านประสิทธิภาพของระบบจัดการคลังสินค้าก็มีความสำคัญเช่นกัน การทำงานของแต่ละส่วนงานในคลังสินค้า มีความแม่นยำเพียงใด มีความรวดเร็วขนาดไหน ก็มีผลโดยตรงต่อการจัดส่งสินค้าและการให้บริการลูกค้าด้วย
  2. มูลค่าสินค้าในความรับผิดชอบ
    ธุรกิจไม่น้อยที่มองข้ามคลังสินค้า  มักจะเห็นว่าคลังสินค้าเป็นส่วนงานสนับสนุนมากกว่าส่วนงานสร้างรายได้  ดังนั้นจึงมักไม่ค่อยให้ความสำคัญ แต่หากมองลึกเข้าไปถึงมูลค่าของสต็อกที่จัดเก็บอยู่ในคลังแล้ว ก็จะตระหนักถึงทรัพย์สินอันมหาศาลที่คลังต้องดูแลรักษา ยิ่งคลังสินค้าของระบบค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งบางแห่งมีค่านับพันๆ ล้านทีเดียว  หากการจัดการไม่ดีพอ ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียชนิดไม่รู้ตัว  และกว่าจะรู้ตัวก็มักจะสายเกินไปคลังสินค้า
  3. ค่าใช้จ่ายรวมขององค์กร
    คลังสินค้าในอดีตมักจะมองว่าเป็นส่วนงานที่มีแต่ภาคใช้จ่าย ไม่มีรายรับ แต่ปัจจุบัน บทบาทของคลังสินค้าเริ่มเปลี่ยนไป หลายๆ ธุรกิจได้อาศัยคลังสินค้าเป็นแหล่งเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ เช่น การจัดการ Packaging เพื่อการตลาด การใส่รหัสเพื่อความคล่องตัวในการขนส่งตรวจนับ เป็นต้น
    บางแห่งสามารถใช้คลังสินค้าให้กลายเป็นหน้าร้านรวมกับหลังร้าน ในขณะที่จัดเก็บสินค้าห่อใหญ่บนชั้นวางระดับสูง ก็ใช้ชั้นวางในระดับสายตาเป็นที่โชว์สินค้าเพื่อการจำหน่ายแบบแตกห่อย่อย ตัวอย่างเช่น กลุ่มค้าปลีกค้าส่ง Macros เป็นต้น ซึ่งเท่ากับเป็นจุดขายหรือให้บริการไปในตัว  จะเห็นได้ว่า การจัดการคลังที่ดีนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกด้วย